แม่ชีหวู่เหมยเป็นศิษย์ผู้พี่ของพระทั้งห้า ได้หลบมาพำนักอยู่ที่วัดกระเรียนขาวที่อยู่บนเขาไท้เหลียง และที่นี่เองได้พบกับ หวิงชุน และบิดา เพราะแม่ชีมาซื้อเต้าหู้จากยิ่มยี่เสมอ
เมื่อหวิงชุนอายุได้ 15 ปี ความงามเป็นที่เลื่องลือนัก จนอันธพาลได้มาก่อกวนเธอ และบิดาเป็นอย่างมาก ยิ่มยี่จึงไปปรึกษาแม่ชี แม่ชีเกิดความสงสารและถ่ายทอดวิชามวยหวิงชุน ให้แก่หวิงชุนเพื่อใช้ป้องกันตัว หลังจากนั้นหวิงชุนก็สามารถสยบอันธพาลเหล่านั้นได้สำเร็จ ในเวลาอีกไม่นานแม่ชีหวู่เหมยจำต้องลาจากไป โดยกำชับให้หวิงชุนถ่ายทอดมวยชุดนี้ให้แก่คนรุ่นหลัง เพื่อที่จะฟื้นฟูราชวงศ์หมิง และล้มล้างราชวงศ์ชิงต่อไป นับได้ว่าแม่ชีหวู่เหมย คือ ปฐมอาจารย์แห่งมวยหวิงชุนโดยแท้
หลังแต่งงาน หวิงชุนได้สอนมวยนี้ให้แก่เหลียงปอกโฉวผู้เป็นสามี จากนั้นเหลียงปอกโฉว สอนเหลียงหลานไกว(รุ่นที่2) เหลียงหลานไกวสอนให้หวองหัวเปา (รุ่นที่3) หวองหัวเปาขณะนั้นเป็นสมาชิกอยู่ในขบวนเรื่องิ้วแดง ซึ่งออกแสดงงิ้วต้านราชวงศ์ชิงทางตอนใต้ของจีน ด้วยความสนใจในวรยุทธ หวองหัวเปาจึงสนใจอย่างมากกับกระบอง6แต้มครึ่ง ที่เหลียงยี่ไท่สมาชิกร่วมคณะ เรียนมาจากพ่อครัวบนเรือ (ซึ่งแท้จริงคือ หลวงจีนจี้ส้าน) ถึงกับเอ่ยปากแลกเปลี่ยนกับมวยหวิงชุน
เหลียงยี่ไท่ด้วยใจรักมวยชุดนี้เป็นทุนเดิมจึงตอบตกลง บันแต่นั้นมามวยหวิงชุนก็รวมเอากระบอก6แต้มครึ่ง เข้าไว้ด้วย
เหลียงยี่ไท่สอนมวยหวิงชุนให้กับเหลียงจ้าน(รุ่นที่4) ผู้เป็นหมอรักษาโรคแห่ ผ่อซาน มณฑลกวางตุ้ง เหลียงจ้านหลังจากเรียนรู้มวยหวิงชุนจนแตกฉานจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีชาวยุทธมากมายมาประลอง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าพ่ายแพ้แก่ผู้ใด จนคนขนานนามว่า ราชาแห่งมวยหมัด (ก๋องเสาหว่อง)
เหลียงจ้านได้ถ่ายทอดมวยหวิงชุนแก่อาจารย์ของข้าพเจ้าฉั่นหว่าชุน (รุ่นที่5) หรือ เจ๋าฉิ่นหว่า แปลว่า ผู้แลกเงินตรา อาจารย์ของข้าพเจ้าสอนศิษย์รุ่น6 ทั้งมวลรวม 12 ปี ซึ่งมีศิษย์พี่ของข้าพเจ้า
อึ๋งสิวโล่ว อึ๋งจ๋งโซว ฉั่นหยู่หมิน ลิ่วหยู่ไฉ และข้าพเจ้า นับได้ว่าเราเรียนมวยหวิงชุนสายตรงจากปฐมอาจารย์เลยทีเดียว ข้าพเจ้าขอรำลึกถึงบุญคุณของอาจารย์หวิงชุนทุกท่าน เฉกเช่นผู้กระหาย ย่อมรู้คุณค่าของแหล่งน้ำ ข้าพเจ้ามีความยินดียิ่งที่มีโอกาสเห็นสมาคมหวิงชุน หวังว่าเราสามารถสืบทอดมวยหวิงชุนให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป |