Global Martialarts Center ~ Gmac 0-2730-6485
Taekwondo | Capoeira | Hapkido | Gojuryu Karate | Muay-Thai Chaiya | Wing-Chun | Kempo Karate
About Us | Our Gym | News | Photo Gallery | Webboard | My Account
ครูผู้สอน
เกี่ยวกับเทควันโด
ตารางเวลา และค่าเรียน
หลักสูตร / การสอบเลื่อนสาย

ประวัติความเป็นมา

จากการสืบสานทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้าสู่การเป็นกีฬาที่คนทั่วโลกชื่นชอบ

เทควันโดเป็นศิลปะการป้องกันตัวประจำชาติของประเทศเกาหลี หนึ่งในความภาคภูมิใจที่สุดอย่างหนึ่งของการสืบสานทางวัฒนธรรมสำหรับชาวเกาหลี เทควันโดได้รับการพัฒนาให้เข้าสู่กีฬาสมัยใหม่ซึ่งเกิดขึ้นจากผลของการวิจัยด้วยความเพียรพยายามอุตสาหะ และจากประสบการณ์ของผู้ฝึกฝนเทควันโดผ่านการยกระดับอย่างไม่หยุดหย่อนในด้านของเทคนิคและความตั้งใจอย่างแท้จริง ซึ่งก่อให้รากฐานที่มั่นคงของการใช้ศิลปะป้องกันตัวอย่างแท้จริงเพื่อศิลปะป้องกันตัวประจำชาติเพื่อใช้การป้องกันประเทศชาติในขณะเดียวกัน

เทควันโดในอดีต

เบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ของเทควันโดนั้น ได้รับการอธิบายตามลำดับของสมัยต่างๆดังนี้ ยุคโบราณ, ยุคกลาง, ยุคใหม่, ยุคปัจจุบัน

  1. ต้นกำเนิดของเทควันโด

โดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีสัญชาติญาณในการป้องกันตัวของพวกเขาเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ของพวกเขาไว้ ในช่วงระยะเวลาของการเจริญเติบโต มนุษย์มีพัฒนาการทางการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาซึ่งทำให้พวกเขาได้เข้าสู่กิจกรรมการออกกำลังกายด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่ในอดีตกาลนั้น มนุษย์ยังไม่ทราบความหมายของการป้องกันตัวเองนอกจากการใช้มือเปล่าและส่วนต่างๆของร่างกายในการป้องกันตัวเอง ต่อมาพวกเขาจึงได้มีการพัฒนาเทคนิคการใช้นิ้วขึ้นตามธรรมชาติ และการพัฒนาการใช้มือทั้งการรุกและการรับทำให้มนุษย์เกิดความพึงพอใจในการใช้เทคนิคการต่อสู้ด้วยมือเปล่าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข่งแกร่งของร่างกาย ใช้ในการแข่งขันระหว่างชนเผ่า และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ในช่วงแรกเริ่มของประวัติศาสตร์คาบสมุทรเกาหลีนั้น แบ่งประชากรบนคาบสมุทรออกเป็น 3 เผ่า ซึ่งแต่ละชนเผ่านั้นต่างก็ชื่นชอบการแข่งขันการต่อสู้ของเหล่านักรบของพวกเขาที่จะมีขึ้นในช่วงเทศกาลทางศาสนา

จากใจความสำคัญของการวิเคราะห์เชื่อกันว่าในเวลานั้นมนุษย์เรียนรู้เทคนิคต่างๆจากประสบการณ์การต่อสู้กับสัตว์ป่าที่มีการเคลื่อนไหวทั้งในการรุกและการรับ จึงเป็นที่เชื่อกันว่านี่เป็นพื้นฐานของเทควันโดในปัจจุบัน โดยชื่อที่ใช้เรียกศิลปะการต่อสู้ในสมัยโบราณมีชื่อที่แตกต่างกันไปได้แก่ Subak, Taekkyon, Takkyon  

ในช่วงหลังของยุคโบราณของคาบสมุทรเกาหลี อาณาจักรทั้ง 3 ได้ทำการแก่งแย่งแข่งขันกันระว่างพวกเขาเพื่อที่จะเป็นผู้นำการปกครอง ทั้งสามอาณาจักรนั้นคือ Koguryo, Paekje and Silla โดยทั้งสามอาณาจักรได้สร้างความแข่งแกร่งให้กับประเทศด้วยการฝึกฝนนักรบของพวกเขาดังนั้นในประวัติศาสตร์เกาหลีจึงกล่าวไว้ผู้นำคนสำคัญของชาติที่มีชื่อเสียงของทั้งสามอาณาจักรนี้มีลักษณะที่โดดเด่นในด้านการทหารเป็นสิ่งพิสูจน์ศักยภาพและอำนาจทางการปกครองของพวกเขา
ซึ่งได้ผลผลลัพธ์จากการสร้างนักรบหนุ่มขึ้นได้แก่ hwarangdo ในอาณาจักร Silla และ chouisonin ในอาณาจักร Koguryo ทั้งสองอาณาจักรนี้ได้ริเริ่มการฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัวเป็นหนึ่งในการวิชาการเรียนรู้ที่สำคัญ โดยมีตำราศิลปะการป้องกันตัวที่มีชื่อเสียงโด่งดังชื่อว่า “muyedobotongji” กล่าวว่า เทควันโด(การต่อสู้ด้วยศิลปะการใช้มือ) เป็นพื้นฐานของศิลปะการต่อสู้ ที่สามารสร้างความแข็งแกร่งของการใช้มือและเท้าได้อย่างอิสระและการฝึกฝนแขนและขาเช่นเดียวกับการที่ร่างกายสามารถปรับตัวในสภาวะวิกฤตต่างๆได้ หมายความว่าเทควันโดนั้นได้เป็นที่แพร่หลายมาตั้งแต่ในยุคนั้นแล้ว และเป็นการง่ายที่จะคาดเดาว่าเทควันโดนั้นมีต้นกำเนิดในยุคหนึ่งของชุมชนเผ่าหนึ่งบนคาบสมุทรเกาหลี
Silla เป็นอาณาจักรที่ได้รับการสถาปนา 57ปีก่อนคริสตศักราช บนภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเกาหลี และ Koguryo ได้รับการสถาปนา 37 ปีก่อนคริสตศักราชบนภาคเหนือของประเทศเกาหลีไปตามแม่น้ำ Yalu ทั้งสองอาณาจักรมีความพยายามอย่างมากที่จะฝึกฝนคนหนุ่มให้เป็นนักรบที่แข็งแกร่งเรียกว่า “hwarang” และ “sonbae” ตามลำดับ ด้วยเทควันโดเป็นหนึ่งในวิชาที่สำคัญของการฝึกฝนทางกายภาพ

  1. “sonbae” และ Taekkyon แห่ง Koguryo

Koguryo ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเกาหลี ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเมืองขึ้นของชนเผ่าชาวฮั่น (ประเทศจีน ดังนั้นในช่วงแรกของการสถาปนาชาติ อาณาจักรได้จัดตั้งเหล่านักรบที่แข็งแกร่ง เรียกว่า “sonbae” โดยความพยายามที่จะรวมศูนย์กำลังไว้ที่ส่วนกลาง
อ้างอิงจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ “sonbae” มีความหมายว่าบุรุษผู้ซึ่งไม่เคยหลีกหนีจากการต่อสู้ ภายหลังบันทึกทางประวัติศาสตร์ในราชวงศ์ Chosun ยุคเก่า ได้อธิบายถึงความรุ่งเรืองของ Koguryo ไว้ว่าประชาชนรวมตัวกัน วันที่ 10 มีนาคม ของทุกๆปีในการประกอบพิธีทางศาสนา ที่ซึ่งพวกเขาได้รื่นรมย์กับการแข่งขันการรำดาบ การยิงธนู subak(taekyon) และ อื่นๆ
อีกนัยหนึ่ง subak(Taekwondo) เป็นหนึ่งในการแสดงที่ได้รับความนิยมในพิธีกรรมในยุคของ Koguryo พูดได้ว่า “sonbae ใช้ชีวิตอยู่เป็นกลุ่มเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปะทางวรรณคดีที่บ้านและออกจากบ้านเพื่อสร้างถนนและเฝ้าป้อมปราการเพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคมและยังอุทิศตนเพื่อชาติของพวกเขาด้วย
ด้วยเหตุนั้น Koguryo ได้ลำดับความสำคัญให้ Taekkyon เป็นพื้นฐานของศิลปะการต่อสู้ ไปโดยธรรมชาติที่ เช่นเดียวกับข้อพิสูจน์ที่ได้จากการค้นพบภาพวาดบนผนังจากสุสานหลายๆแห่งในยุคของ Koguryo ภาพจิตกรรมฝาผนังของสุสาน samsil แสดงฉากของมวยปล้ำของเกาหลีซึ่งจำแนกท่าได้ชัดเจนว่าเป็นท่าของ Taekkyon และยังสามารถคาดเดาจากรูปภาพของคู่การต่อสู้นั้นว่าผู้ที่ตายอยู่ในสุสานนั้นมีการฝึก Taekkyon หรือ การฝึกศิลปะการป้องกันตัวมาอย่างใดอย่างหนึ่งอีกด้วย

  1. “hwarang” และ taekkyon แห่ง Silla

อาณาจักร Silla ถูกสถาปนาบนภูมิภาคตะกันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลีภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่มีความเสียงจากการถูกรุกรานจากภายนอก แต่นับแต่การกำเนิดของอาณาจักร Paekje ทางปีกด้านตะวันตกของ Silla และการเริ่มต้นรุกรานจาก Koguryo จากทางตอนเหนือ Sillaจึงถูกกระตุ้นให้ป้องกันตัวเองด้วยการพัฒนาศิลปะการป้องกันตัว
ในความเป็นจริงแล้ว “hwarangdo” นั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งของศิลปะการต่อสู้ของ Silla ที่มีความคล้ายคลึงกับระบบ sonbae ของ Koguryo สมาชิกของกลุ่มคนหนุ่มของ hwangdo ได้รับการฝึกฝนอย่างดี ราวกับได้รับการสั่งสอนของพ่อแม่ให้กับลูก ความจงรักภักดีต่ออาณาจักร และการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม เพื่อการเป็นบุคคลสำคัญที่จะกุมบังเหียนของอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาขอคนกลุ่มนี้ได้แก่ Kim Yu-Sin และ Kim Chun-chu ที่ได้สร้างความพยายามอย่างหนักที่จะรวมอาณาจักรทั้งสามให้เป็นหนึ่งเดียว

ในช่วงเวลายุคสมัยของ Chosun โบราณได้อธิบายชีวิตของ hwarangs สมาชิกของ hwaeangdo ไว้ว่า hwarang นั้นได้รับการคัดเลือกมาจากการแข่งขันของอาณาจักร หลังจากนั้น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่เป็นกลุ่ม และใช้เวลากับการเรียนรู้ ฝึกฝน sabuk (รูปแบบดั้งเดิมของเทควันโด) ฟันดาบและขี่ม้า และมีกิจกรรมสนุกสนานรื่นเริงต่างๆของชุมชนในบางเวลาก็ทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อสร้างป้อมปราการและถนน และพวกเขายังพร้อมที่จะสละชีวิตพวกเขาในยามสงคราม

Hwarangs นั้นได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากการประพฤติทางระเบียบวินัยทางศาสนาพุทธ ดังนั้นรูปปั้นทองแดงของนักรบ (ชายหนุ่มที่มีร่างกายที่แข็งแกร่ง) ที่ถูกจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ kyongju แสดงมือเปล่าของชายที่แข็งแกร่งในท่าทางรับและรุกต่างๆ บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ได้รับการฝึกฝนในวัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปปั้นที่แสดงกำปั้นบนรูปปั้นของ kumgang yoksa (นักรบที่แข็งแกร่งดุจเพชร) ซึ่งมีความคล้ายคลึงอย่างมากกับ jungkwon (กำปั้นขวา) ในท่าหนึ่งของเทควันโด รูปปั้นนั้นยังแสดงท่า pyon jumok () ของปัจจุบันและการใช้เท้าที่สามารถพบเห็นได้จากเทควันโดในปัจจุบัน

  1. การถ่ายทอด Taekkyon จาก Koguryo ไปสู่ Silla

ดังเช่นศิลปะ Taekkyon ได้รับความนิยมใน Koguryo มันยังถูกส่งต่อไปยัง Silla ซึ่งสามารถให้เหตุผลได้ดังแนวคิดต่อไปนี้

    1. “hwarang”(หรือ sonrang) ใน Silla มีความหมายเหมือนกับ “sonbae” ใน Koguryo โดยบ่งชี้กลุ่มของนักรบหนุ่มของทั้งสองกลุ่มจากต้นกำเนิดทางวิชานิรุกติศาสตร์
    2. ทั้ง hwarang และ sonbae มีรูปแบบโครงสร้างลำดับชั้นและการจัดวางโครงสร้างที่เหมือนกัน
    3. จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เหล่า sonbaes ใน Koguryo เคยมีการแข่งขันกีฬาในประเภท Taekkyon ในช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองประจำชาติ เช่นเดียวกับเหล่า hwarangs ใน Silla ก็มีการแข่งขันเช่นเดียวกัน

การแข่งขัน Taekkwon (subak, dokkyoni หรือ Taekkyoni) นั้นเป็นเหมือนงานฉลอง “palkwanhoe” และ “hankawi” ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาเทคนิคการต่อสู้สมัยโบราณอย่างเป็นแบบแผนไปสู่ Taekkyon (หรือ sonbae) เช่นเดียวกับพื้นฐานศิลปะการป้องกันตัวในช่วง คริสต์ศักราช 200 จากช่วงศตวรรษที่ 4 hwarangs ได้นำบทเรียน Taekkyon เป็นแบบแผนของศิลปะการป้องกันตัวที่โรงฝึกของพวกเขาเพื่อจะทำให้มันได้รับความนิยมและเทคนิคต่างๆของพวกเขาจะได้รับการบันทึกภาพวาดของพวกเขาในสุสานของนักรบโบราณ
และอีกเช่นกัน มันเป็นความจริงที่ Taekkyon ได้ผ่านลงมาสู่ทาง Silla และได้รับการพัฒนาต่อไปในโรงเรียนสอนศิลปะป้องกันตัวด้วย การแตกจำแนกเทคนิคต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เทคนิคการใช้มือเปล่าและเทคนิคการใช้เท้าที่สามารถพิสูจน์ความจริงได้จากการแสดงการใช้มือและเท้าของรูปปั้นโบราณทางศาสนาพุทธอย่างชัดเจน

เทควันโดในยุคกลาง

ราชวงศ์ Koryo ซึ่งทำการปฏิรูปคาบสมุทรเกาหลี หลังจาก Silla และ ยืดเยื้อต่อไปจาก คริสต์ศักราช 918 ไปจนถึงคริสต์ศักราช 1392 ได้ทำการพัฒนา Taekkyon ให้เป็นแบบแผนมากขึ้นและมีการกำหนดกฎเกณฑ์ ใช้ในการตรวจสอบการคัดเลือกกองทหาร
เทคนิคและกำลังของศิลปะการต่อสู้ Taekkyon เติบโตขึ้นเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สามารถใช้สังหารผู้อื่นได้ ในทางการทหารการฝึกฝนในรูปแบบร่วมกันที่มีชื่อว่า “obyong-subak-hui” (การใช้ท่า Taekkyon ของทหารทั้ง 5) ได้ถูกสร้างขึ้นและนำเข้าไปใช้ในสงครามจริงๆ
ในช่วงต้นๆ ของราชวงศ์ Koryo การมีความสามารถใช้ศิลปะป้องกันตัวเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะมาร่วมกับกองกำลังทหารเพราะอาณาจักรมีความต้องการอย่างถึงที่สุดที่จะเพิ่มศักยภาพในการป้องกันประเทศหลังจากการยึดครองคาบสมุทรแห่งนี้แล้ว ทหารราบบางคนซึ่งมีความเชี่ยวชาญเทคนิคการใช้ Taekkyon ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นนายพล คนหนุ่มที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Taekkyon และคนที่มีความสามารถในการใช้ทักษะได้ดีจะได้รับการคัดเลือกมาสังกัดในกองทหาร และยังมีอีกหลายตัวอย่างของคนหนุ่มที่มีความเชี่ยวชาญ Taekkyon ได้รับการคัดเลือกจากการแข่งขัน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า กีฬา Taekkyon นั้นมีต้นกำเนิดมาจากยุคนั้น จากเหตุการณ์บันทึกของราชวงศ์ Koryo กล่าวไว้ว่า “ณ การแข่งขันพละกำลังของ Taekkyon นาย Lee Yi Min ต่อยเสาบ้านด้วยกำปั้นขวา ซึ่งทำให้สิ่งที่ตกแต่งบนหลังคาเกิดการสั่นไหวได้ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ Taekkyon คนอื่นๆ ที่พุ่งกำปั้นของพวกเขาทะลุผ่านกำแพงที่ทำมาจากดินได้”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กษัตริย์ของราชวงศ์ Koryo ที่มีความสนใจใน “subakhui” (การแข่งขัน Taekkyon) ซึ่งได้ทำให้เป็นหลักสูตรบังคับของการฝึกกำลังทหาร ดังนั้น subakhui นั้นจึงเป็นสิ่งที่ได้รับความความนิยมสำหรับการเดินตรวจตราภายในหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์ Koryo ในช่วงปีหลังๆ นั้นได้มีการนำเอาดินปืนและอาวุธชนิดใหม่ๆเข้ามาใช้ ซึ่งทำให้เกิดการชะลอตัวของการสนับสนุนการใช้ศิลปะป้องกันตัวและเป็นกีฬาเก่าแก่ที่สืบต่อกันมาสู่เกาหลีในยุคใหม่ Chosun

เทควันโดในยุคใหม่

ในยุคสมัยใหม่ของประเทศเกาหลี ซึ่งปกครองโดยราชวงศ์ Chosun (ระหว่างปี 1392-1910) นั้นถูกปกครอง โดยอำนาจของจักรพรรดิ และ การเป็นเมืองขึ้นของประเทศญี่ปุ่นจนถึงปี 1945 เทควันโด ถูกเรียกว่า subakhui มากกว่า Taekkyon และทนรับกับสภาพขาดทุนของการสนับสนุนจากส่วนจากภาครัฐบาลส่วนกลางในที่สุดเนื่องมาจากการใช้อาวุธสมัยใหม่ในการป้องกันประเทศ แม้ว่า subakhui จะยังคงได้รับความนิยมในช่วงแรกๆของสมัย Chosun
ราชวงศ์ Chosun ถูกสถาปนาบนพื้นฐานของลัทธิขงจื้อซึ่งเป็นผลให้ปฏิเสธเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธทั้งหมดและให้ความสำคัญกับงานด้านวรรณกรรมมากกว่าศิลปะป้องกันตัว ถึงกระนั้นบันทึกประจำปีของราชวงศ์ Chosun เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งขันของ subakhui ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานส่วนท้องที่เพื่อจุดประสงค์การคัดเลือกทหารหรือการจัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ในพิธีการเฉลิมฉลองต่างๆ และยังมีกฎที่สร้างขึ้นโดยหน่วยงานป้องกันว่าทหารจะได้รับการว่าจ้างเมื่อเขาชนะผู้เข้าแข่งขัน 3 คนในการแข่งขันsubakhui อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการจัดตั้งอย่างเป็นระบบของการดำเนินการรัฐบาล พนักงานภาครัฐบาลเริ่มที่จะ ลดความสำคัญของการเข้าต่อสู้มากกว่าการป้องกัน และ ละเลยศิลปะป้องกันตัวตังนั้น จึงมีแค่ในช่วงการปกครองของสมัยกษัตริย์ Jungjo ที่ฟื้นฟูมาตรฐานการป้องกันตัวด้วยการเพิ่มการฝึกฝนทางการทหารและศิลปะป้องกันตัว
ในช่วงนี้ยังมีสิ่งพิมพ์ที่เรียกว่า muyedobotongji ตำราภาพการแสดงการใช้ศิลปะป้องกันตัวซึ่งเล่มที่4 นั้นมีชื่อว่า “เทคนิคการใช้มือและนิ้ว” ประกอบด้วยรูปการเคลื่อนไหวทั้ง 38 ท่า ซึ่งคล้ายคลึงกับการแลดงท่า poomse ของเทควันโดและการเคลื่อนไหวพื้นฐานในปัจจุบัน แน่นอนว่าท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆเหล่านั้นไม่สามารถเปรียบเทียบกับท่า poomse ของเทควันโดในปัจจุบันซึ่งได้รับการดัดแปลงผ่านการศึกษาอย่างมีหลักเกณฑ์ได้
แม้ภายใต้การปกครองของประเทศญี่ปุ่น นักเขียนที่มีชื่อเสียงชาวเกาหลีบางคน เช่น Shin Chae ho และ Choi Nam-sun กล่าวถึงเทควันโด ไว้ว่า subak ในปัจจุบันที่ แพร่หลายในกรุง โซลนั้นมาจาก sonbae ของ ราชวงศ์ Koguryo และ คล้ายคลึงกับ takkyon ของปัจจุบันที่มีต้นกำเนิดมาจากการฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวแต่ในปัจจุบันนี้ถูกใช้เป็นการแข่งขันโดยเด็กๆเสียเป็นส่วนมาก

อย่างไรก็ตามรัฐบาลญี่ปุ่นได้สั่งห้ามการแข่งขันกีฬาโบราณทั้งหมดรวมทั้ง Taekkyon เพื่อเป็นการปิดกั้นชาวเกาหลีจากการเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว โดยเทควันโดนั่นถูกสืบทอดต่อๆกันมาอย่างลับๆจากอาจารย์จนกระทั่งถึงการเป็นอิสระในปี 1945 Song Duk ki หนึ่งในอาจารย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยวัย 80 ปี ได้กล่าวถึงอาจารย์ของเขา Im Ho ผู้ที่มีกิตติศัพท์ถึงทักษะที่ยอดเยี่ยมของ Tekkyondo ว่าสามารถกระโดดได้สูงกว่ากำแพงและ วิ่งผ่านป่าทึบราวกับเสือ
ในช่วงนั้นมีเทคนิคที่ใช้อยู่ 14 อย่างด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย ท่าเตะ 5 ท่า เทคนิคมือ 4 ท่า ท่าผลักให้ล้ม 3 ท่า ท่าเตะ turning-over 1 ท่า และ ท่าทุ่ม อีก 1ท่า และสิ่งที่ควรจำใส่ใจไว้คือการใช้ poom ที่เป็นเครื่องแสดงการยืนประจันหน้าเพื่อ เตรียมพร้อมต่อสู้  อาจารย์ taekkyondo นั้นจะอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่จะถูกจำคุกเนื่องมาจากความพยายามที่จะทำให้กีฬา taekkyondo กลับมานิยมอีกครั้งนั้นขัดกับกฎหมายของญี่ปุ่น

เทควันโดในยุคปัจจุบัน

ภายหลังจากการได้รับอิสรภาพของประเทศเกาหลีจากการยึดครองของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ประชาชนชาวเกาหลีจึงเริ่มที่จะฟื้นฟูความคิดของของตัวพวกเขาเองและกีฬาเก่าแก่ที่สืบทอดต่อๆกันมาซึ่งกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง Song Duk ki อาจารย์ taekkyondo ได้แสดงตัวอย่างของศิลปะป้องกันตัวให้กับประธานาธิบดีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง Syngman Rhee เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด ด้วยประการนี้ จึงเป็นการแก้ข้อกล่าวหาที่ว่าเทควันโดนั้นมาจากคาราเต้ของญี่ปุ่นเมื่อตอนที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะป้องกันตัวเริ่มต้นทำการเปิดโรงฝึกเทควันโดของพวกเขาขึ้นทั่วประเทศ และหลังจากสิ้นสุดสงครามเกาหลี (1950-1953) เทควันโดได้ถูกเผยแพร่ในหมู่สายดำดั้งต่างๆที่อยู่ในประเทศ และยังมีการส่งหนังสือจากอาจารย์เทควันโด จำนวน 2000 คนไปยังผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติมากกว่า 100 ประเทศ
ภายหลังจากนั้น ได้มีการจัดตั้งให้เทควันโดเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติในปี 1971 โดยสมาคม kukiwon ในปัจจุบันนั้นถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการฝึกซ้อมเช่นเดียวกับสถานที่แห่งอื่นๆของการแข่งขันเทควันโด หลังจากนั้นเป็นเวลา 1 ปี ในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1973 สมาคมเทควันโดโลกก็ได้ปรากฏขึ้น โดยมีสมาชิกจำนวน 164 ประเทศทั่วโลก ในปี 1973 การแข่งขันเทควันโดโลกที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ได้ถูกจัดขึ้นแลก ผลของการแข่งขันจนถึงปี 1985 แดสงอยู่ในตารางที่ 1
อีกครั้งหนึ่ง ในปี 1974 เทควันโด ได้ถูกบรรจุให้อยู่ในกีฬาเอเซียนเกม อย่างเป็นทางการ โดยผลการแข่งขันกีฬาอาเซียนเทควันโดแสดงในตารางที่ 2
ในปี 1975 เทควันโดได้รับการยอมรับให้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการโดย สมาคมนักกีฬาสมัครเล่นอเมริกา (AAU) และจากสมาคมการกีฬาสากล (GAISF) ตามด้วยการนำเทควันโดมาใช้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการโดย สภาสากลกีฬาทหารบก (CISM) ในปี 1976 และในปี 1979 ประธานสมาคมเทควันโดโลก (WTF) ได้ถูกเลือกให้เป็นประธานสมาคมกีฬาที่ไม่ใช่กีฬาโอลิมปิกของโลก WTF ได้กลายมาเป็น สมาคมจัดการแข่งกีฬา IOC ในปี 1980 ที่ทำให้เทควันโดเป็นกีฬาโอลิมปิก จากนั้นก็นำเทควันโดมาใช้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาระดับโลกเป็นต้นมาตั้งแต่ปี 1981 เกมการแข่งขัน Pan America ในปี 1986 และการแข่งขันโอลิมปิก ปี 2000 ที่ประเทศออสเตรเลีย ตามลำดับ

Taekwondo Basic
บทบัญญัติ และข้อปฎิบัติ
ภาษาเกาหลีเบื้องต้น
Taekwondo Poomse
Taegeuk (WTF)
Palgwae (WTF)
Poomse (WTF)
Step Sparring
1 Step Sparring
2 Steps Sparring
3 Steps Sparring